เกี่ยวกับ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง

 


ความต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์งาช้างหลายประเทศในเอเชียกำลังส่งผลให้มีการฆ่าช้างแอฟริกาเพื่อเอางาปีละมากถึง 33,000ตัว และประเทศไทยเป็นทั้งประเทศปลายทางและทางผ่านของงาช้างผิดกฎหมายเหล่านั้น ที่ผ่านไปสู่ประเทศปลายทางอย่างจีน และอื่นๆ และเมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องดำเนินมาตรการเพื่อปิดตลาดค้างาช้างในประเทศของตนเอง


ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย การอนุรักษ์และปกป้องช้าง จึงถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นวิถีปฏิบัติที่สืบต่อกันมายาวนาน รัฐบาลไทยดำเนินมาตรการหลายอย่าง เพื่อแก้ปัญหาการค้างาช้างผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี พ.ศ. 2558 ไทยออกพระราชบัญญัติงาช้าง เพื่อควบคุมตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายที่มาจากช้างบ้านของไทยที่เป็นช้างเอเชียเท่านั้น รัฐบาลยังได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 กำหนดให้ช้างแอฟริากันเป็น 1 ในสัตว์คุ้มครอง ของไทยมีผลห้ามการซื้อขายหรือครอบครอง งาช้างแอฟริกัน


ขณะที่รัฐบาลพยายามดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้างาช้างผิดกฎหมาย ในอีกมุมหนึ่งเหล่าศิลปิน ดารา นักธุรกิจ และผู้มีอิทธิพลทางสังคมของไทยจำนวนหนึ่ง พร้อมใจกันเข้าร่วมโครงการรณรงค์ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง เพื่อยุติความต้องการซื้อและใช้งาช้างในไทย โดยโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กร WildAid และองค์กร USAID Wildlife Asia


โครงการรณรงค์ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง” คือโครงการรณรงค์ที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ในการแสดงจุดยืนว่าไม่สนับสนุนการซื้อ การใช้ และการให้ผลิตภัณฑ์งาช้างเป็นของขวัญ เพราะงาช้างควรอยู่คู่ช้างเท่านั้น โครงการรณรงค์ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้างยังเป็นการสร้างความตระหนักให้คนทั่วไปได้ทราบถึงผลกระทบของการบริโภคผลิตภัณฑ์งาช้างต่อวิกฤตการณ์ฆ่าช้างเอางาในแอฟริกา


และเพื่อเป็นการสร้างค่านิยมใหม่ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง เพื่อให้สอดคล้องกับภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นกับประชากรช้างโลกในปัจจุบัน


องค์กร WildAid และ องค์กร USAID Wildlife Asia ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกันสร้างรูปคู่กับช้างที่เวบไซต์ www.ivoryfreethai.org แชร์ผ่านโซเชียลมีเดียทุกประเภทของคุณ พร้อมกับแฮชแท็ค #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง #IvoryFree และคุณสามารถเลือกข้อความรณรงค์ที่ชื่นชอบได้


ตราบใดที่ยังมีความต้องการและการยอมรับการใช้ผลิตภัณฑ์งาช้างอยู่ในสังคมไทยประชากรช้างทั่วโลกก็จะยิ่งตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ เราหวังว่าการสร้างความตระหนักให้สังคมรับรู้ถึงความโหดร้ายที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์งาช้างจะทำให้สังคมหันหลังให้กับการบริโภคงาช้างมากยิ่งขึ้น และนำไปสู่การยุติการฆ่าช้างเอางาในที่สุด เพราะหยุดซื้อคือ หยุดฆ่า


แม้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตสรวมถึงองค์กรอนุรักษ์ระดับนานาชาติจะชื่นชมความพยายามแก้ปัญหาการค้างาช้างผิดกฎหมายของไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่หลายฝ่ายยังกังวลว่า แนวทางแก้ปัญหาของไทยอาจยังไม่เพียงพอ กรณีของฮ่องกงแสดงให้ เห็นแล้วว่าตลาดการค้างาช้างถูกกฎหมาย เป็นเพียงฉากบังหน้าให้กับการค้างาผิดกฎหมายเท่านั้น แม้รัฐบาลฮ่องกงมั่นใจว่ามีกลไกต่างๆ ที่สามารถควบคุมการค้าได้ ในระดับนานาชาติที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยอนุสัญญาไซเตสเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559 มีมติเรียกร้องให้ทุกประเทศดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปิดตลาดค้างาช้างในประเทศของตนอย่างจริงจัง


โครงการรณรงค์ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง นี้แสดงให้เห็นว่า คนไทยพร้อมใจที่จะช่วยกันสร้างสังคมที่ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง เราหวังว่ารัฐบาลไทยจะพิจารณาเปลี่ยนจุดยืนและเดินหน้าสู่การปิดตลาดการค้างาช้างในประเทศ เพื่อทำให้ไทยเป็นประเทศที่ #IvoryFree #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง ในที่สุด


ความสูญเสียที่เกิดจากการค้างาช้างไม่สามารถจะหวนคืนกลับมาได้อีกแล้วแต่เราทุกคนหยุดความสูญเสียที่กำลังเกิดขึ้นได้ ร่วมกันสร้างรูปคู่กับช้าง เพื่อแสดงจุดยืนปกป้องช้างทั่วโลกผ่านโครงการ #ไม่เอางาไม่ฆ่าช้าง ที่นี่

 
HMMM...
Looks like you are using an outdated browser. Please use a modern browser like Google Chrome and #JoinTheHerd. Thank you!